เมื่อตกลงเช่าบ้านกัน ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าต้องเจรจาและเขียนสัญญาให้ชัดเจนในทุกข้อ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดหลังเข้าอยู่

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. เจรจาและตกลงรายการค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน

ไม่ควรเน้นเฉพาะค่าเช่ารายเดือน ควรกำหนดรายการค่าใช้จ่ายอื่น เช่น เงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า ค่าสาธารณูปโภค และค่าบริการเสริม ให้ชัดเจนในสัญญาและใบเสร็จรับเงิน

ระบุวิธีชำระเงิน วันครบกำหนด และผู้รับเงินอย่างละเอียด รวมทั้งแยกเงินประกันออกจากค่าเช่าล่วงหน้า

ถ้ามีค่าธรรมเนียมหรือบริการอื่น เช่น ค่าจอดรถ หรืออินเทอร์เน็ต ต้องกำหนดอัตราและวิธีคำนวณให้ชัดเจน

  1. ระบุค่าเช่ารายเดือน วันกำหนดจ่าย และช่องทางชำระเงิน
  2. แยกเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าในสัญญา/ใบเสร็จ
  3. กำหนดอัตราและสูตรคำนวณค่าบริการเสริมอย่างละเอียด

2. กำหนดสูตรคำนวณค่าสาธารณูปโภคและหลักฐานประกอบ

ระบุวิธีคำนวณค่าน้ำ ค่าไฟ อย่างชัดเจน เช่น ใช้จำนวนหน่วยมิเตอร์และต้นทุนตามบิลสาธารณูปโภคจริง

ก่อนเข้าอยู่ ให้บันทึกเลขมิเตอร์น้ำและไฟพร้อมกัน และตกลงวิธีตรวจเช็คบิลร่วมกัน

การทำข้อตกลงล่วงหน้าเรื่องสูตรคำนวณและหลักฐานบิลช่วยลดปัญหาข้อพิพาทในอนาคต

  1. บันทึกเลขมิเตอร์ ณ วันรับบ้าน
  2. ตกลงวิธีคำนวณค่าสาธารณูปโภคตามหน่วยใช้จริง
  3. กำหนดวิธีตรวจและชำระค่าสาธารณูปโภคร่วมกัน

3. ตรวจรับสภาพบ้านอย่างละเอียด พร้อมหลักฐานแนบท้าย

ตรวจสอบสภาพบ้าน รายการทรัพย์สิน ผนัง พื้น ห้องน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นสัญญา

แนบภาพถ่ายหรือวิดีโอวันที่ตรวจรับ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ พร้อมลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายในเอกสารแนบท้ายสัญญา

นับจำนวนกุญแจ รีโมต และบัตรผ่านเข้า-ออก รวมถึงบันทึกเลขมิเตอร์น้ำไฟเพื่อป้องกันข้อพิพาทหลังเข้าอยู่

  1. ตรวจสภาพผนัง พื้น หลังคา ประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์
  2. ตรวจสภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์พร้อมบันทึก
  3. ถ่ายภาพหรือวิดีโอประกอบ พร้อมลายเซ็นรับรอง
  4. นับจำนวนกุญแจ รีโมต และบัตรผ่านเข้าออก
  5. บันทึกเลขมิเตอร์น้ำและไฟ ณ วันตรวจ

4. แยกความรับผิดชอบซ่อมบำรุงระหว่างซ่อมเล็กน้อยและซ่อมใหญ่

ระบุชัดเจนในสัญญาว่าผู้เช่าต้องรับผิดชอบซ่อมเล็กน้อย เช่น งานบำรุงรักษาตามปกติ

ผู้ให้เช่ารับผิดชอบซ่อมใหญ่ เช่น ซ่อมความเสียหายโครงสร้างหรือระบบไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างเช่า

กำหนดวิธีแจ้งซ่อม ช่องทางติดต่อ เวลากำหนดแก้ไข และการอนุมัติค่าใช้จ่าย

ระบุขั้นตอนแจ้งซ่อมฉุกเฉินอย่างชัดเจน

  1. กำหนดความหมายงานซ่อมเล็กน้อยชัดเจน
  2. แจ้งซ่อมผ่านช่องทางใดและใครรับผิดชอบ
  3. กำหนดระยะเวลาซ่อมและขอบเขตค่าใช้จ่าย
  4. วิธีและเวลาการแจ้งกรณีฉุกเฉิน

5. เขียนหลักเกณฑ์คืนเงินประกันให้ตรวจสอบได้และมีกำหนดเวลา

ตกลงขั้นตอนตรวจรับคืนบ้านและประเมินความเสียหายก่อนคืนเงินประกัน

หากไม่มีความเสียหาย คืนเงินประกันภายใน 7 วันหลังสิ้นสุดสัญญา

ถ้ามีค่าซ่อม สามารถหักได้แต่ต้องแจ้งรายการอย่างชัดเจนและคืนส่วนที่เหลือภายใน 14 วัน

ระบุช่องทางและวิธีโอนคืนเงินประกันล่วงหน้าเพื่อลดข้อโต้แย้ง

  1. กำหนดวิธีตรวจสภาพบ้านและหลักฐานตรวจสอบ
  2. ระบุเวลาคืนเงินประกันหากไม่มีความเสียหาย
  3. แจ้งรายการหักและคืนส่วนที่เหลือภายใน 14 วัน
  4. ตกลงช่องทางและวิธีคืนเงินประกัน

6. เจรจาเงื่อนไขการย้ายออกก่อนกำหนดให้ชัดเจน

ผู้เช่าสามารถแจ้งเลิกสัญญาก่อนได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

กำหนดยอดค่าเช่าที่ต้องชำระจนถึงวันที่แจ้งย้ายออก

ผู้ให้เช่าควรกำหนดเงื่อนไขตอนแจ้งก่อนออก รวมถึงระยะเวลาการแก้ไขปัญหา

สัญญาต้องระบุวิธีการคืนเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าเมื่อผู้เช่าย้ายออก

  1. ผู้เช่าแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
  2. กำหนดค่าชำระค่าเช่าและค่าใช้จ่ายถึงวันที่แจ้งออก
  3. ระบุช่วงเวลาการแก้ไขปัญหาของผู้ให้เช่า
  4. กำหนดวิธีคืนเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า

7. สัญญาเช่าระยะยาวเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย

สัญญาที่มีระยะเวลานานกว่า 3 ปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน

ถ้าไม่จดทะเบียน สัญญาอาจไม่มีผลทางกฎหมายกับบุคคลภายนอก

ควรตรวจสอบรายละเอียดและปรึกษาจากสำนักงานที่ดินก่อนลงนามเพื่อให้ถูกต้อง

  1. สัญญาเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนกรมที่ดิน
  2. ตรวจสอบขั้นตอนและข้อกำหนดการจดทะเบียนก่อนทำสัญญา
  3. รับรู้ผลกระทบของการไม่จดทะเบียน

8. รู้สิทธิและหน้าที่เรื่องอากรแสตมป์ในสัญญาเช่า

สัญญาเช่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมาย คือ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา

ผู้ให้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ส่วนผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบขีดฆ่าแสตมป์ให้ถูกต้อง

คู่สัญญาสามารถตกลงแบ่งภาระค่าใช้จ่ายนี้ได้ แต่ต้องแยกระหว่างหน้าที่ตามกฎหมายกับข้อตกลงในทางปฏิบัติ

  1. เสียอากรแสตมป์ตามอัตราค่าเช่าทั้งหมด
  2. ผู้ให้เช่าต้องเสียอากรตามกฎหมาย
  3. ผู้เช่าต้องขีดฆ่าแสตมป์ยืนยันความถูกต้อง
  4. ตกลงแบ่งภาระค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาเช่าบ้าน

จะทำอย่างไรถ้าผู้เช่าและผู้ให้เช่าไม่เห็นด้วยเรื่องค่าสาธารณูปโภค?

ควรกำหนดใช้เลขมิเตอร์เป็นเกณฑ์คำนวณและบันทึกเลขมิเตอร์วันรับบ้าน รวมทั้งตกลงวิธีตรวจสอบบิลและแบ่งจ่ายอย่างชัดเจน เพื่อลดปัญหาข้อพิพาท

ถ้าจะย้ายออกก่อนครบกำหนด ต้องแจ้งอย่างไร?

ผู้เช่าต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และชำระค่าเช่าถึงวันที่แจ้งออก เพื่อให้ผู้ให้เช่าสามารถวางแผนและจัดการคืนเงินประกันได้ถูกต้อง

เงินประกันควรถูกเก็บและคืนอย่างไรให้โปร่งใส?

เงินประกันควรแยกออกจากค่าเช่าล่วงหน้าและระบุในสัญญาชัดเจน เมื่อสัญญาสิ้นสุดต้องตรวจสภาพบ้านร่วมกัน แจ้งค่าความเสียหายเป็นลายลักษณ์อักษร และคืนเงินประกันตามระยะเวลาที่กำหนด

ต้องทำสัญญาเช่าอย่างไรถ้าเช่าระยะยาวเกิน 3 ปี?

สัญญาเช่าที่มีกำหนดระยะเวลานานกว่า 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เพื่อให้มีผลทางกฎหมายและป้องกันปัญหาในอนาคต